You are here

หลวงปู่บุดดา..พูดเรื่อง “สมเด็จพระเทพฯ”ทรงทำนุบำรุงพระแก้วมรกตมาหลายภพชาติ!!

หลวงปู่บุดดา ถาวโร วัดกลางชูศรี พระอริยะชื่อดังของเมืองไทย ที่แม้แต่ “องค์หลวงปุ่ชา วัดหนองป่าพง” พระเถระที่ปกติไม่สรรเสริญพระองค์ไหนง่ายๆ ในวันหนึ่ง เมื่อท่านทราบว่าหลวงปุ่บุดดา นั่งอยู่บนรถบัส ท่านถึงพูดกับลูกศิษย์ว่า

ไม่ให้ท่านลงมานะ เราจะขึ้นไปกราบหลวงปุ่บุดดาบนรถเอง

แล้วท่านก็ขึ้นไปทั้ง กราบ ทั้ง ไหว้ อย่างเคารพและเรียบร้อยที่สุด

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุงท่านเคยบอกให้ลูกศิษย์ไปกราบ หลวงปู่บุดดา ตั้งแต่ที่ท่านยังอยู่ที่วัดอาวุธ ฝั่งธน กทม. โดยให้เหตุผลว่า

“รีบไปกราบท่านนะ หลวงปู่องค์นี้ ท่านเป็นพระทองคำ ท่านจะไม่มาเกิดอีกแล้วนะ” และยกย่องหลวงปุ่บุดดาอีกหลายครั้ง

หลวงปู่บุดดามีความผูกพันกับพระอริยะชื่อดังในเมืองไทยหลายรูป โดยเฉพาะครูบาอาจารย์สายพระป่า อีกทั้งยังมีพลังจิตอันเข้มขลังเป็นที่ยอมรับในหมู่ลูกศิษย์ลูกหาทั่วไป โดยเฉพาะสิ่งที่ติดเป็นวาสนาบารมีเฉพาะตนของหลวงปู่ เกี่ยวกับการระลึกชาติได้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กนอกจากนั้นแล้วท่านยังเคยได้กล่าวถึงอดีตชาติของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ซึ่งมีบันทึกไว้ในหนังสือประวัติและปฏิปทาของหลวงปู่

ทั้งนี้ จากประวัติและปฏิปทาของหลวงปู่บุดดา ถาวโร มีความตอนหนึ่งได้กล่าว ถึงเรื่องราวความผูกพัน ในสมเด็จพระเทพฯ และพระแก้วมรกตไว้ว่า

(สมเด็จพระเทพฯ เสด็จตรวจตราการบูรณปฏิสังขรณ์ วัดพระแก้ว)

…ตอนนั้นหลวงปู่อาพาธอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระ

ในวันนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เสด็จมาเยี่ยมเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์

เจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

เมื่อทรงทราบว่าหลวงปู่อาพาธอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระด้วย

พระองค์ท่านจึงได้เสด็จมาเยี่ยมอาการของหลวงปู่

เมื่อเสด็จมาถึงก็ทรงประทับที่พื้นข้างๆ เตียงของหลวงปู่

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจัดพระเก้าอี้ถวาย ก็ไม่ทรงประทับ

หลังจากเสด็จกลับแล้ว หลวงปู่พูดว่า

“สมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงดูแลอุปัฏฐากพระแก้วมรกตมาหลายชาติแล้ว

มาชาตินี้พระองค์ท่านก็มาทรงอุปัฏฐากพระแก้วมรกตอีก”

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต

เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (หรือ วัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร

พระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหยกอ่อนเนไฟรต์สีเขียวดังมรกต เป็นพระพุทธรูปสกุลศิลปะก่อนเชียงแสนถึงศิลปะเชียงแสน หลักฐานที่ตรงกันระบุว่าพบครั้งแรก ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์วัดป่าญะ ตำบลเวียง เมืองเชียงราย (ปัจจุบันคือวัดพระแก้ว เชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย) ในปี พ.ศ. ๑๙๗๗ (หรือ ค.ศ. 1434) ฟ้าได้ผ่าลงองค์พระเจดีย์จนพังทลายลง จึงพบพระพุทธรูปพอกปูนลงรักปิดทอง จึงได้นำไปไว้ในวิหาร ต่อมาปูนบริเวณพระนาสิกเกิดกระเทาะออก เห็นเป็นเนื้อมรกต จึงกระเทาะปูนออกทั้งองค์ เห็นเป็นเนื้อหยกสีมรกตทั้งองค์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานที่ปรึกษา การสร้างเครื่องทรงพระแก้วมรกต

เครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรทั้ง ๓ ฤดู กรมธนารักษ์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้นำออกจัดแสดง ณ ศาลาเครื่องราชอิสริยยศและเหรียญกษาปณ์ไทย ภายในพระบรมมหาราชวัง ระหว่างที่รอการผลัดเปลี่ยนตามฤดูกาล ซึ่งเครื่องทรงฯ ทั้ง ๓ ฤดูเริ่มมีสภาพชำรุดไปตามกาลเวลา เนื่องจากมีอายุกว่า ๒๐๐ ปี

และในโอกาสฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี สำนักพระราชวังได้ทำการบูรณะซ่อมแซมเครื่องทรงพระพทุธมหามณีรัตนปฏิมากรทั้ง ๓ ฤดู ในส่วนที่ชำรุด และได้มีการใช้ต่อเนื่องมาโดยตลอด จึงทำให้เครื่องทรงฯ ชำรุดมากขึ้น ต้องทำการซ่อมแซมอีก แต่ด้วยเป็นศิลปโบราณวัตถุที่มีลวดลายที่ละเอียดอ่อนบอบบางและเป็นฝีมือช่างโบราณช่วงสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาต่อกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น จึงทำให้ไม่สามารถหาช่างฝีมือมาซ่อมแซมให้เหมือนเดิมได้

กรมธนารักษ์จึงได้ปรึกษากับเลขาธิการพระราชวัง ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเห็นว่าควรดำเนินการจัดสร้างเครื่องทรงฯ ชุดใหม่ขึ้นทดแทน เพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงฯ ตามฤดูกาลตามโบราณราชประเพณีและถวายเป็นพุทธบูชา รวมทั้งเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสมหามงคลพระราชพิธีกาญจนาภิเษก

จึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๙ เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้าง โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการได้ เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๓๘ และในการจัดสร้างกรมธนารักษ์ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานที่ปรึกษา ในโอกาสนี้ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้บริจาคทรัพย์เพื่อร่วมสร้างเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรด้วย

การจัดสร้างได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๓๘ จนแล้วเสร็จในพุทธศักราช ๒๕๔๐ โดยเครื่องทรงฯ ฤดูหนาว ดำเนินการจัดสร้างแล้วเสร็จเป็นอันดับแรก และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๙ เครื่องทรงฯ ฤดูร้อน ทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๐ และเครื่องทรงฯ ฤดูฝน ทูลเกล้าฯถวายเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๐

สำหรับเครื่องทรงฯ ชุดเดิมได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นโบราณวัตถุอันล้ำค่า และจัดแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเครื่องทรงฯ ชุดใหม่ ชุดใดที่มิได้ทรง จะเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ที่ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ไทย ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชม ซึ่งเปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ยกเว้นวันที่มีพระราชพิธี

พระแก้วมรกต๓ฤดู สธ. เนื้อนวโลหะ ที่ระลึก(สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี)ปลุกเสกวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ

แหล่งที่มา : palungjit

KT

ใส่ความเห็น

Top