You are here

เด็กป.4 ขยันทำมาหากิน ปลูกผักขายสร้างรายได้ จ่ายค่าเทอม

ถ้าพูดถึงเด็กสมัยนี้เด็กนั้นก็มีความก้าวหน้าและเรียนรู้ไปอย่างรวดเร็วเลยทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีความเก่งมีความสามารถมากมาย ถ้าย้อนกลับไปเทียบกับรุ่นในอดีต นี่ไวเราๆก็คงที่จะเล่นดีดลูกแก้วกระโดดยางกันอยู่ใช่ไหมล่ะคะ เด็กสมัยนี้พัฒนาขึ้นไปอย่างมากเลยทีเดียวค่ะ เพียงแค่อายุไม่เท่าไหร่ก็สามารถที่จะช่วยทำงานหาเงินแบ่งเบาภาระครอบครัวได้แล้ว แล้ววันนี้เราก็จะพาไปรู้จักเด็กคนหนึ่งที่มีอายุเพียง 8 ขวบ ที่ช่วยพ่อแม่หาเงินถ้าหากอยากรู้จักกับเขาแล้วตามมาดูกันด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ

น้องมีชื่อว่าภูริ ทองป้อง หรือชื่อเล่นว่าน้องนะ เป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนจันทศิริวิทยา โดยน้องนั้นได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ข้างบ้านในการปลูกผักปลอดสารพิษและขายต้นทานตะวันอ่อน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนหัวไชเท้า เบบี้คะน้า ผักโตเหมี่ยว ซึ่งใช้เพียงเวลาปลุกแค่ 7 วันเท่านั้นจากนั้นก็จะนำไปขายตามตลาดนัดซึ่งเป็นการหารายได้เสริมอีกทางหนึ่งโดยเดือนนึงนะน้องสามารถหาเงินได้เป็นประมาณ 10,000 บาทโดยเงินส่วนนี้ไว้เป็นทุนไว้ซื้อของเล่นและจ่ายค่าเทอม

คุณแม่คุณอัญชลี หิรัณยรัชต์ หรือคุณแอนได้มีการเล่าว่าเมื่อปีพ.ศ 2558 น้องภูริในวัย 8 ขวบนั้นอยากจะได้ Notebook ขึ้นมาแต่ในฐานะแม่นั้นเห็นว่าเป็นของใช้ที่เกินตัวเด็กสำหรับวัยนี้เลยบอกไปว่าน้องยังเด็กอยู่แต่ถ้าหากอยากจะได้ก็ต้องทำงานเก็บเงินเองและนี่ก็คือเป็นที่มาของการปลูกผักขาย

แม้ในตอนแรกนั้นจะเป็นคนสร้างเงื่อนไขให้ลูกชายนั้นเป็นคนหาเงินเองแต่ทว่าในความเป็นแม่นั้นก็อดจะช่วยเหลือลูกไม่ได้จึงบอกให้น้องภูริขายค่ะเพราะเห็นว่าสามารถทำได้ไม่ยากอีกทั้งยังสามารถทำได้อีกทั้งครอบครัวในก็ยังนำผักที่ปลูกในไปรับประทานได้อีกด้วยซึ่งทางครอบครัวนั้นก็จะมีการผูกปลูกผักง่ายๆไว้กินกันเป็นประจำอยู่แล้วจึงมีพื้นฐานในการปลูกกันอยู่แล้วบ้างประกอบกับค้นหาข้อมูลว่าผักชนิดไหนนั้นสามารถปลูกได้ง่ายโตเร็วได้เก็บขายได้ไวจนมาเจอกับต้นผักบุ้งอ่อนและผักก่อนต่างๆนั่นเอง

น้องภูรินั้นพักอยู่อาศัยในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านหนองแขมโดยในบ้านนั้นมีพื้นที่ขนาด 50 ตารางวาและใช้บริเวณด้านข้างของบ้านเป็นที่ปลูกผักแม่โจ้ใช้พื้นที่ไม่มากแต่ก็สามารถปลูกได้ดีอุปกรณ์ที่ใช้ก็จะมีตะกร้าปลูกนอกจากนี้ยังมีการเอาไม้ไผ่มาวางเป็นชั้น 3 ชั้นเพื่อสามารถเพิ่มเนื้อที่ในการปลูกผักได้

โดยหน้าที่ของคุณแม่นั้นโดยส่วนใหญ่แล้วตัวคุณแม่ก็จะเป็นคนที่คอยดูแลบ้านสวนคุณพ่อก็จะมีอาชีพ Graphic Design ซึ่งก็จะมีลูกสองคนนี้คือน้องภูริและน้องสาวอีกหนึ่งคนที่ชื่อวาริหลังจากที่เห็นว่าตัวน้องเองมีความแน่วแน่ที่จะเก็บเงินจึงได้ช่วยลงมือปลูกผักและน้ำต้นอ่อนไปขายในที่สุด

ขั้นตอนการเพราะเมล็ดพันธุ์

  • ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการนำเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งไปล้างน้ำให้สะอาดจนน้ำใสจากนั้นก็ทำการแช่ผักบุ้งในน้ำต่ออีกประมาณ 12 ชั่วโมง
  • ขั้นตอนที่ 2 นำเมล็ดผักบุ้งที่ได้มานั้นไปแช่น้ำเสร็จแล้วก็เอามาเช็ดให้แห้งแล้วห่อด้วยผ้าเปียกต่ออีก 12 ชั่วโมง
  • ขั้นตอนที่ 3 หลังจากนั้นก็จะสังเกตได้ว่าเมล็ดผักบุ้งที่ผ่านการแช่น้ำแล้วจะมีรากสีขาวงอกออกมา

ขั้นตอนการจัดเตรียมดินในการปลูก

  • ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากนำเอาดินละเอียดมาผสมกับแกลบดำและขุยมะพร้าวประมาณ 1 ต่อ 1
  • ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นก็นำดินเทใส่ภาชนะและปลูกในตะกร้ากะละมังโดยใส่ดินประมาณ 1 นิ้วครึ่งข้างในนั้น
  • ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นก็นำเมล็ดผักบุ้งโรยหน้าดินได้มีการกราบปรมาณให้พอดีกับภาชนะที่ปลูกไว้ด้วยแล้วก็ทำการรดน้ำให้ชุ่มและหาตะกร้าวางทับข้างบนอีกชั้นหนึ่งเพื่อให้รากสามารถเข้าไปได้ลึกมากขึ้นโดยใช้เวลา 2 วัน
  • ขั้นตอนที่ 4 หลังจากนั้นวันที่ 3 ก็ทำการเปิดตะกร้าออกก็จะเห็นต้นผักบุ้งและเอาต้นผักบุ้งไปโดนแสงแดดลดน้ำทุกเช้าเย็นหนูไปอีกประมาณ 7 วันก็สามารถนำมารับประทานได้แล้ว

ราคาเมล็ดผักบุ้ง 1 กิโลกรัมนั้นจะขายอยู่ในตามท้องตลาดอยู่ที่ 150 บาทโดย 1 กิโลกรัมสามารถเพาะต้นอ่อนได้ประมาณกี่กิโลกรัมซึ่งหน้าที่ของการดูแลนั้นจะต้องเป็นน้องภูริที่จะต้องทำคนเดียวทั้งหมดยกเว้นตอน 8 คุณแม่จะเข้ามาช่วยเหลือเพราะเป็นของมีคมส่วนทางด้านสถานที่จำหน่ายนั้นก็นำไปขายในตลาดนัดของหมู่บ้านและมีส่งตามออเดอร์โดยราคาขายนั้นผักบุ้งอ่อนจะขาย 25 บาทส่วนอื่นๆจะขายในราคา 20 บาทต่อขีด

และหลังจากที่น้องภูริสามารถหาเงินพอที่จะซื้อ Notebook ได้แล้วแต่สุดท้ายน้องภูริก็ตัดสินใจที่จะไม่เอา Notebook เพราะเห็นว่าเงินที่กว่าจะได้มานะหาได้ยากลำบากเหลือเกินจึงเก็บเงินส่วนนั้นไว้เป็นทุนการศึกษาของตัวเองแทน

เป็นยังไงบ้างคะเมื่อได้รู้ถึงเรื่องราวของน้องแล้วบอกเลยว่าน้องเป็นคนที่เก่งมากๆเลยทีเดียวค่ะ ถึงกับหาเงินช่วยครอบครัวจ่ายค่าเทอม ตั้งแต่ตัวเองนั้นมีอายุเพียงแค่ 8 ขวบ รู้จักทำมาหากินตั้งแต่เด็กมีความขยันอดทน เชื่อว่าแน่นอนค่ะในอนาคตข้างหน้าน้องจะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าเป็นอย่างมากในหน้าที่การงานอย่างแน่นอนค่ะ รวมไปถึงความประสบความสำเร็จในชีวิตอีกด้วย

KT

ใส่ความเห็น

Top