หลวงปู่ไดโนเสาร์ไขข้อข้องใจ ทำทานแบบไหนได้บุญสูงสุด บททดสอบสำรวจตนเอง วันนี้คุณทำทานแบบไหน เพื่ออะไร #คำสอนพระป่า

หลวงปู่ไดโนเสาร์ไขข้อข้องใจ ทำทานแบบไหนได้บุญสูงสุด บททดสอบสำรวจตนเอง วันนี้คุณทำทานแบบไหน เพื่ออะไร #คำสอนพระป่า

๐ ให้ทาน เพื่อละ
โยม ; หลวงปู่เจ้าขา ทำไมศาสนาพุทธถึงมีแต่ให้ทาน เดี๋ยวก็ถวาย เดี๋ยวก็ถวาย นี่อย่างวันนี้ก็ถวายเทียน ถวายผ้าอาบน้ำ ถวายผ้าป่า กฐิน มีแต่ถวายเต็มไปหมดแสดงว่าจะได้บุญมาต้องเสียเงินเสียทองสิเจ้าค่ะ
หลวงปู่ ; อือ บุญเป็นชื่อของความสุข ทำแล้วทุกข์อย่าทำ
โยม ; โยมก็ไม่ได้ทุกข์ แค่สงสัยว่าทำไม ศาสนามีแต่การให้ทาน

หลวงปู่ ; การทำบุญในพระศาสนาหน่ะมีหลายแบบ มีหลายระดับ ระดับทาน ระดับศีล ระดับภาวนา คนใจยังไม่สูงก็มัววุ่นอยู่กับทานอย่างเดียว คนใจสูงมาอีกหน่อยก็ทำบุญเรื่องศีล เมื่อใจถึงระดับแล้วเขาจะทำบุญด้วยการภาวนา เพราะทานกำจัดกิเลสอย่างหยาบ ศีลกำจัดกิเลสอย่างกลาง ภาวนากำจัดกิเลสอย่างละเอียด
บางคนทำบุญแล้วไม่รู้เรื่องบุญ ก็มัวแต่หาว่ามีแต่ทานแต่ทาน คนบ้าทานก็ทำทานเอาหน้า ทำทานเอาตรา ทำทานเพื่อโฆษณา แท้จริงแล้วจุดประสงค์เพื่อละตัวเรา เพื่อละของของเรา อาศัยสิ่งของเพื่อละความเห็นแก่ตัว ละความถือตัวถือตน บางคนทำบุญทำทานไม่เป็น ให้แล้วยังถือว่าเป็นเราเป็นของเรา บางคนทำทานแล้วประสงค์นั่น อธิษฐานนี่ วุ่นวายไปหมด
อันนี้ให้ทานเอาตัณหา ให้ทานเอาโลก ให้ทานเอากิเลส ทานที่แท้จริงต้องทานเพื่อละเพื่อทิ้ง เอาของมาทานให้หลวงปู่แล้วมาให้หลวงปู่เสกนั้นเป่านี่ อธิษฐานเอานั้นเอานี่ เหมือนหลวงปู่จะบันดาลให้ได้ คนที่เอาเอาข้าวให้หมากินเขายังได้อานิสงค์มากว่าคนพวกนี้ เพราะเขาให้ทานเพื่อละ ให้ทานเพื่ออนุเคราะห์สัตว์ตกยาก

ขาให้ทานโดยไม่มีความเป็นตัวเป็นตน ไม่อธิฐานเอานั้นเอานี่จากหมา ไม่ต้องบอกหมาว่า ต้องฉันของโยม ของหนู ของฉัน นั้นคนพวกนั้นเขาทานเพื่อละเพื่อวาง คนที่วางตัววางตน ก็ไม่มีตัวไม่มีตน คนไม่มีตัวไม่มีตนมันจะทุกข์มาจากไหน เพราะมีตัว อะไรก็ของตัว ได้ตัวก็ได้ เสียตัวก็เสีย กระทบอะไรตัวก็กระทบ มันจึงทุกข์จึงยาก
แต่ละตัวละตนเสียแล้วจะทุกข์กับอะไร ถ้าคุณเข้าใจอย่างนี้หลวงปู่เรียกคนเหล่านั้นว่าเขาทำทานเพื่อพึ่งพา ให้ทานเพื่อละ เพื่อวาง เขาจะไม่ทุกข์กับการให้ทาน เขาเป็นนักทานที่แท้จริง เข้าใจนะ!
โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่หา สุภโร ( หลวงปู่ไดโนเสาร์ )

แหล่งที่มา : http://www.tnews.co.th

“หลวงปู่ดู่” ท่านชี้แนะ..”ขอให้พบแต่ความดี…ไม่มีความทุกข์” อธิษฐานแค่นี้ เพียงพอแล้ว ส่งผลทั้งภพนี้และภพหน้า..ต่อๆไป.

เวลาทำบุญควรอธิษฐานอย่างไร?

คนส่วนใหญ่เวลาทำบุญมักจะอธิษฐานว่า ขอให้รวย ขอให้สุขภาพแข็งแรง ขอให้ได้เลื่อนตำแหน่ง ฯลฯ

แต่ที่จริงแล้วมีคำอธิษฐานที่ง่าย สั้น ครบวงจร และเป็นประโยชน์ครบถ้วนกว่ามาก

“หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” เคยสอนเรื่องนี้ไว้ว่า เวลาทำบุญให้อธิษฐานสั้น ๆ ไปเลยว่า

“ขอให้พบแต่ความดี … ไม่มีความทุกข์”

เพราะคำว่า “ความดี” นั้นรวมครบหมด ทั้งรวย สุขภาพดี มียศตำแหน่ง มีคนรักและเมตตา ฯลฯ

ส่วน “ความทุกข์” นั้นก็หมายถึงตัดสิ่งไม่ดีออกหมดทุกอย่าง ไม่มีทุกข์ ไม่มีโรคภัย ไม่มีอุปสรรค ไม่มีศัตรู ฯลฯ

ที่สำคัญคือ การพบแต่ความดีนั้นสำคัญมาก

เพราะถึงแม้เราจะขอพรจนร่ำรวยได้จริง แต่ถ้าไม่มีความดี เงินนั้นเราอาจเอาไปเล่นพนัน ไปซื้อยาบ้า สุดท้ายก็พาไปนรก

แม้จะมียศตำแหน่ง แต่ถ้าปราศจากความดีก็อาจเอาตำแหน่งนี้ไปข่มเหงรังแกคนอื่น คดโกงประเทศชาติ ก็มีนรกเป็นที่ไป

หรือแม้จะมีแต่คนรัก คนเมตตา แต่ถ้าหากเราไม่ดี เราก็อาจกลายเป็นคนเจ้าชู้ หลอกคนนี้ให้รัก คนนั้นให้หลง สุดท้ายก็ทะเลาะตบตีกันและไปนรกกันทั้งหมู่

“การขอให้พบความดี” จึงถือเป็นพรอันสำคัญที่สุด เพราะผู้ที่จะทำความดีต้องมีปัญญาพอที่จะรู้ว่าความดีมีประโยชน์เช่นใด

ดังนั้น  เมื่อมีปัญญา แม้จะเกิดมาจนก็ใช้ปัญญาหาเงินจนรวยได้ แม้จะเกิดมาต่ำต้อยก็ใช้ปัญญาทำงานหายศตำแหน่งมาได้ไม่ยาก หรือแม้จะเกิดมาไม่มีใครรัก แต่หากมีปัญญารู้จักพูดจา ใคร ๆ ก็จะหันมารัก

หลวงปู่ดู่

ที่สำคัญคือ  เมื่อมีปัญญาก็รู้ว่า ความชั่วไม่มีประโยชน์และไม่ควรทำ ความดีมีแต่ประโยชน์และควรทำ  ดังนั้นจึงเป็นผู้มีความสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้า มีแต่สุคติเป็นที่ไป ใครอยู่ใกล้ก็มีความสุข

ดังนั้น  เวลาทำบุญครั้งใด อธิษฐานง่าย ๆ ก็ได้เช่นกันว่า

“ขอให้พบแต่ความดี … ไม่มีความทุกข์”!!

แหล่งที่มา : http://www.tnews.co.th

9 ประโยชน์ของน้ำมะนาว ดีต่อร่างกายได้มากขนาดนี้ ถ้าไม่อยากป่วยควรอ่าน!

เป็นเรื่องที่หลายๆคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน กับ ประโยชน์ 9 ข้อ ของการดื่มน้ำมะนาว
1. ดื่มน้ำมะนาวช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะมะนาวนั้นอุดมไปด้วยไฟเบอร์ เพคติน จะช่วยลดความ อยากอาหาร

2. 2.ช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้น น้ำมะนาวจะไปกระตุ้นตับให้หลั่งกรดย่อยอาหาร

3. ช่วยให้ผิวสะอาด วิตามินซีจะช่วยให้รูขุมขนเล็กลง ช่วยลดสารพิษในเลือดที่จะส่งผลต่อสุขภาพ

4. ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เรารู้กันดีว่าในน้ำมะนาวนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยต่อสู้กับโรคหวัด และมีโพแทสเซียมซึ่งจะไปช่วยกระตุ้นสมอง ระบบประสาท และควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ และยังช่วยลดอาการติดเชื้อ ภูมิแพ้ แผลหายเร็ว

5. ช่วยลดปัญหาทางเดินหายใจ ชงน้ำมะนาวกับน้ำร้อน จิบบ่อยๆ ช่วยลดอาการไอเนื่องจากระคายคอ จะยังช่วยให้ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หายใจหายคอโล่งสะดวกขึ้นมาก

6. ช่วยให้ร่างกายมีสมดุล น้ำมะนาวเป็นน้ำที่มีความเป็นด่างมาก หากต้องการลดภาวะเลือดเป็นกรด ก็เลือกจิบน้ำมะนาว (กรดซิตริกในน้ำมะนาวไม่ได้สร้างความเป็นกรดในร่างกาย)

7. ช่วยขับปัสสาวะทำให้สารพิษบางส่วนออกไปพร้อมกับปัสสาวะ

8. ดื่มน้ำมะนาวแทนกาแฟในยามเช้า จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

9. ลดอาหารปวดฟัน ลดการอักเสบของเหงือก แต่!! กรดซิตริกอาจจะกร่อนเคลือบฟันของคุณ

*****ภาวะเลือดเป็นกรด (acidosis หรือ hypo-Alkalinity)” จะทำให้ร่างกายมีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย หิวง่าย เจ็บคอหอยหรือรู้สึกร้อนในช่วงอก บ้างก็มีอาการเวียนหัว รู้สึกอยากอาเจียน หรือปวดหัว นอนไม่หลับ เป็นต้น*****

แหล่งที่มา : http://www.lovenayou.com

สุดยอดเลยข่าวนี้!! จำได้มั้ย “ลุงขายขนมหวาน” ขี่รถชนกระบะ ขอรับผิดชอบถึงขนาดยืมเงินมาจ่าย ล่าสุดสาวน้ำใจงามตามช่วยเหลือทำเจ้าตัวปลื้มหนัก!?!

เป็นเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยและสร้างความประทับใจให้หลายคนอย่างมาก จากกรณีสมาชิกเฟซบุ๊ก “Sukanya Aunpo” เล่าเหตุการณ์หลังเจ้าตัวประสบอุบัติเหตุ ถูกรถขายขนมหวานของลุงคู่กรณีชนจนรถกระบะตัวเองได้รับความเสียหาย ค่าซ่อมร่วม 3,000 บาท แต่ตนเองก็ยินดีที่จะไม่ขอรับเงินค่าซ่อมจากลุงคู่กรณีสักบาท

ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ลุงก็ไม่ใช่คนผิดแต่แรก แต่รถลุงถูกเบียดมาอีกที ซ้ำยังทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะหาเงินมาชดใช้ให้ ด้วยการไปขอยืมเงินมาจากน้องชายมา เพราะลุงเองก็ไม่มีเงิน หาเช้ากินค่ำ และต้องดูแลภรรยาที่ป่วยเดินไม่ได้..แม้ว่าลุงจะไม่มี แต่ก็ไม่หนี เธอจึงตัดสินใจไม่รับเงินจากลุง ทำให้เกิดกระแสชื่นชมอย่างมาก

ล่าสุด สมาชิกเฟซบุ๊ก Sukanya Aunpo ได้โพสต์ภาพขณะเดินทางไปพบคุณลุงอ้วน คนขายขนมหวาน เนื่องจากมีคนใจบุญซื้อของใช้ฝากมาให้ พร้อมเงินจำนวนหนึ่ง โดยคุณสุกัญญา ระบุว่า…

“วันนี้เรามาตามหาคุณลุง เพราะมีคนใจบุญฝากของใช้ แพมเพิตและเงินมาให้คุณลุง เราเลยขับรถมาหาคุณลุงที่แม่ริม เอาของใช้และเงินจำนวน 2500฿ มาให้คุณลุง แล้วเราขอไม่รับเงินจากใครแล้วนะคะ ถ้าเพื่อนๆ ท่านไหนต้องการอยากช่วยเหลือคุณลุง สามารถส่งไปให้ตามที่อยู่ได้เลยนะคะ
ที่อยู่ นายนิพนธ์ ชูชัย (ลุงอ้วนขนมหวาน)
73 หมู่ 1 ต.หนองแหย่ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50210
(แพมเพิตไซส์ L นะคะ)
บัญชีลุงไม่มี ส่วนเบอร์โทรลุง ไม่ให้ละกันเนอะ ลุงขับรถ กลัวจะเป็นอันตราย ถ้าเจอลุงที่ไหนค่อยอุดหนุนละกันนะคะ ลุงจอดเป็นที่ไม่ได้ เพราะลูกค้าลุงมีหลายที่ ลุงต้องขับวนๆ เจอที่ไหนค่อยไปเหมาของลุงกันเนอะ ลุงก็จะได้กลับบ้านไปดูแลเมียเช้าๆ
ปล. สุดท้ายนี้ขอขอบคุณเพื่อนๆในโซเชียลที่คอยส่งกำลังใจให้ลุง และคุณลุงก็ฝากอวยพรทุกคนที่เปนห่วงและต้องการช่วยเหลือคุณลุง ลุงบอกแค่นี้ลุงก็ซึ้งในน้ำใจมากที่สุดแล้ว”

แหล่งที่มา : http://www.tnews.co.th

พุทธภูมิพล!! “ทศบารมี” ที่สถิตอยู่ในพระราชหฤทัย … คือประจักษ์พยานแห่ง “ปณิธานพระโพธิสัตว์” อันยิ่งใหญ่ของในหลวงรัชกาลที่ ๙!!

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านเป็นพระโพธิสัตว์!!

ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านเป็นพระโพธิสัตว์ที่ปรารถนาพุทธภูมิ”!!

จริงหรือไม่จริง… ด้วยภูมิจิตภูมิธรรมของคนทั่วไปยังไม่อาจทราบได้  แต่เมื่อพิจารณาจากพระราชจริยาวัตรของพระองค์ท่านแล้วทำให้เชื่อได้ว่า คำกล่าวของครูบาอาจารย์นั้นน่าจะเป็นความจริง เพราะพระราชจริยาวัตรทั้งหลายดำเนินไปตาม “ทศบารมี” (บารมี ๑๐ ประการ) ดังนี้

๑. ทานบารมี

ด้วยการพระราชทานกำเนิดมูลนิธิราชประชานุเคราะห์เพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ สงเคราะห์ด้านการศึกษาและป้องกันสาธารณภัยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ รวมทั้งให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือเป็นส่วนรวมแก่ประชาชนที่ได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อนประการอื่นอีกด้วย

๒. ศีลบารมี

หมายถึงการที่พระองค์ท่านมีพระราชจริยาวัตรที่พิเศษอีกประการหนึ่งซึ่งคนทั่วไปทำได้ยาก คือ ในคืนวันอุโบสถนั้น พระองค์จะทรงรักษาอุโบสถศีลอย่างเคร่งครัด

๓. เนกขัมมบารมี

หมายถึงการออกบวชหรือความปลีกตัวปลีกใจจากกาม  ในข้อนี้พระองค์ท่านไม่ได้ออกบวชทางกาย (เพียงเคยทรงผนวชระยะสั้น)  แต่สำหรับการบวชทางใจที่เป็นการปลีกตัวปลีกใจทางกามในช่วงอุโบสถศีลย่อมถือเป็นบารมีข้อนี้เช่นกัน  ครูบาอาจารย์องค์หนึ่งคือหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ท่านได้กล่าวเกี่ยวกับการบวชใจไว้อย่างนี้

๔. ปัญญาบารมี

พระบารมีข้อนี้เห็นได้ชัดเจนมากจากพระราชดำริในเรื่องต่าง ๆ  เช่น  โครงการพระราชดำริ มูลนิธิชัยพัฒนา รวมทั้งพระอัจฉริยภาพในเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร ด้านกีฬา ด้านดนตรี ด้านจิตรกรรม หรือแม้แต่ด้านโหราศาสตร์ก็ตาม และยังรวมไปถึงพระราชปฏิภาณไหวพริบที่น่าอัศจรรย์

๕. วิริยบารมี

บารมีนี้เห็นได้เด่นชัดจากพระราชจริยาวัตรของการออกไปช่วยเหลือแก้ไขทุกข์ร้อนของพสกนิกรที่ทรงทำอย่างต่อเนื่องยาวนาน และยังมิทรงหยุดหย่อนจนถึงทุกวันนี้ ดังเช่น พระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก”  หรือแม้ในด้านพระศาสนา พระองค์ทรงทำสมาธิ เจริญสติทุกวัน และทรงอุโบสถศีลทุกวันอุโบสถ  เหล่านี้ล้วนเป็นพระวิริยบารมี

๖. ขันติบารมี

คือ ความอดทน ข่มกายและใจต่อความลำบากทั้งพระวรกายและพระทัย ในการช่วยเหลือประชาชนของพระองค์ท่าน  แม้จะเป็นที่ทุรกันดารห่างไกล ข้ามน้ำ ข้ามภูเขา ก็มิได้เป็นอุปสรรคต่อพระองค์  ในฐานะของความเป็นมนุษย์ผู้หนึ่งและสามารถปฏิบัติภารกิจที่ยิ่งใหญ่ยาวนานได้ขนาดนี้ ถ้าขาดซึ่ง “ขันติบารมี” แล้ว ยากที่จะทรงงานมาได้จนตราบเท่าทุกวันนี้

คำว่า “ป่วยไข้” แบบธรรมดาอาจจะเป็นคำต้องห้ามสำหรับพระองค์ท่าน  ถ้าไม่หนักหนาสาหัสถึงขนาดต้องทรงเข้าโรงพยาบาลแล้ว พระองค์ท่านยังทรงปฏิบัติพระราชภารกิจทั้งหลายทั้งปวงมิว่างเว้น  แม้แต่งานที่ดูไม่น่าจะสำคัญ แต่สำคัญสำหรับกำลังใจของผู้รับ อย่างเช่น การพระราชทานกระบี่หรือปริญญาบัตร พระองค์ท่านก็ยังทรงปฏิบัติอย่างสงบ ไม่ทรงแสดงถึงความเบื่อหน่ายหรือเมื่อยล้าให้เห็นเลย  นับเป็นตัวอย่างของขันติบารมีที่น่าบูชายิ่ง

๗. สัจจบารมี

นับแต่ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม” … นับถึงวันนี้ พระราชโองการนี้ย่อมประจักษ์แจ้งแก่ใจของชาวไทยทั้งชาติว่าเป็นสัจจบารมีที่แท้จริง

๘. อธิษฐานบารมี

ความมุ่งมั่นในน้ำพระทัยที่ทรงประกาศเป็นพระปฐมบรมราชโองการเป็นทั้งสัจจบารมีและอธิษฐานบารมี รวมทั้งน่าจะเป็นการมุ่งมั่นต่อพระราชปณิธานที่อธิษฐานบารมีเพื่อพระโพธิญาณในอนาคตกาล จึงได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ตามแนวทางบารมี ๓๐ ถ้วน

๙. เมตตาบารมี

บารมีในข้อนี้มีมากล้นเกินพรรณนา  ความทุ่มเท ความวิริยะ ความอุตสาหะ ที่ทรงกระทำเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า ๗๐ ปี ย่อมเกิดได้เพราะน้ำพระทัยเมตตาที่เปี่ยมล้นเท่านั้น

๑๐. อุเบกขาบารมี

บารมีข้อนี้พิจารณาได้ยาก เนื่องจากต้องอาศัยการสังเกตอย่างใกล้ชิด ซึ่งผู้ที่จะยืนยันบารมีข้อนี้ต้องเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับพระองค์ท่าน  และโชคดีที่พสกนิกรอย่างเราได้รับรู้แง่มุมเกี่ยวกับอุเบกขาบารมีของพระองค์จาก พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร อดีตข้าราชบริพารผู้มีโชควาสนาได้ทำงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท  ดังความบางส่วนต่อไปนี้

“ผมรับราชการสนองพระเดชพระคุณใกล้พระยุคลบาทอยู่นานกว่า ๑๒ ปี  และแม้จะพ้นหน้าที่มานานแล้ว แต่ก็ยังสดับตรับฟังข่าวเกี่ยวกับพระราชจริยาวัตรและพระราชกรณียกิจอยู่มิได้ขาด ทั้งจากสื่อและจากผู้ที่ยังรับราชการอยู่ใกล้พระยุคลบาท จึงรู้ เชื่อ และขอยืนยันว่า  พระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงบ้านเมืองยิ่งกว่าพระอนามัยหรือพระชนม์ชีพอย่างแน่นอนและตลอดเวลา แต่ความห่วงใยของฝ่าละอองธุลีพระบาทนั้นจะเรียกไม่ได้เป็นอันขาดว่าเป็นความทุกข์

พระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงเป็นทุกข์และไม่เคยเป็นทุกข์ เพราะทรงฝึกพระสติ ฝึกพระองค์ด้วยการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจนเป็นพระนิสัย  เมื่อมีวิกฤตการณ์ไม่ว่าจะร้ายแรงเพียงใด จะทรงพิจารณาด้วยความเยือกเย็นและสุขุมคัมภีรภาพ แล้วจึงทรงตัดสินพระทัยทำสิ่งที่ทรงเห็นว่าควรทำ  และเมื่อทรงทำแล้วก็จะทรงถือว่าหน้าที่สำเร็จไปอีกครั้งหนึ่งอย่างหนึ่ง  หากยังไม่จบสิ้น แต่มีเรื่องเกี่ยวพันต่อเนื่องต้องทำต่ออยู่อีก ก็จะทรงถือว่าเป็นหน้าที่อีกครั้งหนึ่งอย่างหนึ่งและทรงทำต่อ

ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งหลายนั้น หลักที่ทรงยึดถือและปฏิบัติอย่างมั่นคงและแน่วแน่คือ  ไม่ทรงสนพระทัยว่าใครจะชมหรือใครจะตำหนิ เพราะทรงถือว่าทรงทำ ‘หน้าที่เพื่อหน้าที่’  แต่ไม่ได้หมายความว่าทำแล้วทิ้ง  แต่จะทรงทบทวนไตร่ตรอง  ถ้าหากทรงเห็นว่าที่ทรงทำไปแล้วนั้นยังบกพร่องไม่สมบูรณ์ ครั้งต่อไปก็จะทรงพยายามปรับปรุงแก้ไข  ซึ่งเป็นไปตาม ‘อิทธิบาท’ ข้อที่ ๔ คือ ‘วิมังสา’ อันเป็นหลักธรรมที่ทรงใช้และพระราชทานให้ผู้อื่นอยู่เสมอ ๆ เพราะทรงศึกษาและปฏิบัติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง”

แหล่งที่มา : http://www.tnews.co.th

“ยูเนสโก” กล่าวถวายราชสดุดีแด่ “ในหลวง ร.๙” บนเวทีนานาชาติ ณ กรุงปารีส

วันที่ 19 กันยายน 2560 ได้มีบัญชีเฟสบุ๊คชื่อว่า เรารักพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ โพสข้อความเกี่ยวกับ การถวายราชสดุดีในหลวง รัชกาลที่ ๙ โดยองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ-ยูเนสโก โดยมีเนื้อความว่าดังนี้

“ยูเนสโก” ถวายราชสดุดีในหลวง รัชกาลที่ 9

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2560 “ยูเนสโก” ถวายราชสดุดีในหลวง ร.9 บนเวทีนานาชาติที่กรุงปารีส 26 ก.ย.นี้ “กรมศิลป์” ทดสอบระบบไฟแสงสว่างและหมอกสระอโนดาตพระเมรุมาศ “สสส.” ร่วมภาคีเครือข่ายเปิดนิทรรศการภาพถ่าย “100 วันเปลี่ยนความโทมนัสเป็นพลัง” หลายจังหวัดประกอบพิธีเชิญดอกไม้จันทน์ใช้ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

“เมื่อวันจันทร์ มีรายงานว่า ในวันที่ 26 ก.ย.60 ซึ่งจะเป็นวันแรกของการประชุม International World Peace September 2017 ในหัวข้อ “Creating Sustainable Society of Peace: A legacy of King Bhumibol Adulyadej of Thailand” ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การยูเนสโก เป็นผู้กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม นางอิรินา โบโควา ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก และนายไมเคิล วอป ประธานกรรมการบริหารองค์การยูเนสโก เตรียมกล่าวถวายราชสดุดีและแสดงความอาลัย พร้อมกับตัวแทนผู้แทนถาวรจากนานาประเทศ ตัวแทนผู้นำพระพุทธศาสนาจากประเทศต่างๆ และประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติอีกทางหนึ่งด้วยการถวายราชสักการะในเวทีนานาชาติ”

ซึ่งในก่อนหน้านี้นั้นทาง ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก (UNESCO) และคณะทูตพร้อมด้วยพสกนิกรชาวไทยในประเทศฝรั่งเศส ได้ร่วมลงนามแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ สถานทูตไทยในกรุงปารีส รวมทั้งสดุดีพระเกียรติคุณของ ในหลวง ร.๙ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย มาอย่างยาวนาน

"ยูเนสโก" ถวายราชสดุดีในหลวง รัชกาลที่ 9วันที่ 19 กันยายน 2560"ยูเนสโก" ถวายราชสดุดีในหลวง ร.9 บนเวทีนานาชาติที่กรุงป…

โพสต์โดย เรารักพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ บน 18 กันยายน 2017

แหล่งที่มา : http://www.welovemyking.com

“ตะลิงปลิง” สมุนไพรแห่งความงามและรักษาโรคผิวหนัง

พืชประเภทไม้ผลที่มีคุณค่าทางสมุนไพรทุกส่วนของต้น ซึ่งล้วนแต่นำมาปรุงเป็นยารักษาโรคตามตำรับแพทย์แผนโบราณได้

โดยปกติผู้คนจะนิยมรับประทานผลอ่อนในเมนูอาหารที่ต้องการรสเปรี้ยวอย่างเช่นต้มยำหรือแกงส้ม แต่ถ้ารับประทานผลดิบจะใช้จิ้มกับกะปิหรือน้ำปลาหวาน

1 บรรเทาอาการไอ

เพียงนำดอกตะลิงปลิงมาชงกับน้ำร้อนให้เป็นน้ำชา ซึ่งอาจจะมีรสเปรี้ยวฝาดเล็กน้อย จากนั้นจิบบ่อยๆ จะช่วยบรรเทาอาการไอได้ดี

2 ลดไข้และแก้ร้อนใน นำรากของต้นตะลิงปลิงไปตากแห้ง จากนั้นต้มกับน้ำดื่มแล้วดื่มบ่อยๆ จะช่วยลดไข้และบรรเทาอาการร้อนในหรือกระหายน้ำ ทำให้ตัวเย็นลง

3 แก้ท้องอืดและขับลม ใช้เมล็ดต้มกับน้ำดื่มแล้วดื่มเป็นระยะๆ จะช่วยบรรเทาอาการจุกเสียดและขับลมภายในช่องท้อง

4 รักษาสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำ ใช้ผลตะลิงปลิงฝานให้เป็นแผ่นบางๆ แล้ววางประคบบนใบหน้าที่มีปัญหาผิวพรรณ หรือใช้ดอกตะลิงปลิงปริมาณ 1 – 2 กำมือมาตำให้ละเอียดแล้วพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 30 นาที จึงค่อยล้างออกให้สะอาด ผิวพรรณจะได้รับการบำรุงและฟื้นฟูให้มีสภาพผิวที่ดีขึ้น

5 รักษาโรคผิวหนัง

นำใบจากต้นตะลิงปลิงปริมาณ 10 – 20 ก้าน หรือเปลือกต้นและแก่นมาต้มกับน้ำอาบ จากนั้นลงไปแช่ในน้ำอาบนั้น จะช่วยรักษาโรคผิวหนังและบรรเทาอาการผดผื่นคัน

6 แก้ฝีและโรคคางทูม นำใบจากต้นตะลิงปลิงปริมาณ 1 – 2 กำมือ มาตำหรือบดผสมกับน้ำสะอาดเล็กน้อย จากนั้นจึงพอกบนฝีหรือบริเวณที่เป็นคางทูม จะช่วยให้ฝีและคางทูมยุบตัวลง

ถึงแม้ว่าผลตะลิงปลิงจะมีประโยชน์และให้พลังงานต่ำ เราก็ไม่ควรรับประทานมากจนเกินไป เนื่องจากผลละลิงปลิงนั้นมีฤทธิ์ทำให้เลือดตกตะกอนได้นั่นเอง

แหล่งที่มา : http://www.lovenayou.com

สาธุ!ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! ภิกษุท่านนี้แสดงปาฏิหาริย์ สามารถท่องจำพระไตรปิฎกได้ทุกบรรทัด กว่าแสนตัวอักษร ไม่มีตกหล่น!! กินเนสส์บุ๊กต้องบันทึก

การบันทึกระดับโลกว่าเป็นบุคคลที่ท่องจำได้มากที่สุดในโลก คือพระอาจารย์ภัททันตะ วิจิตตะ สาราภิวังสะปฐมตริปิฏกะธร ตรีปิฎกโกวิทะ ตรีปิฎกะธรรมภัณฑาคาริกะ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ปฐมเมิงกุน สยาดอ เมืองสะกาย ท่านสามารถจำได้ทุกหน้าทุกบรรทัดราวกับเปิดข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ถึงขนาดที่ว่าหนังสือกินเนสส์บุ๊ก พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งตีพิมพ์ในสหราชอาณาจักรอังกฤษ ได้บันทึกความทรงจำที่น่ามหัศจรรย์ ของท่านไว้ว่า “พระอาจารย์ใหญ่เมงกุนสียาดอ ประเทศพม่า มีความทรงจำท่องพระไตรปิฎก ๑๖,๐๐๐ หน้า (๒๔๐,๐๐๐ ตัวอักษร)ได้ เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ (ค.ศ.๑๙๕๔) ซึ่งเป็นตัวอย่างของความทรงจำของมนุษย์ที่หาได้ยากมาก”)

ทั้งหมดนี้ล้วนสำเร็จด้วยสัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาที่มีมากกว่าคนปกติ

เสียงสาธยายพระสูตรของพระเถระมิงกุน สยาดอ หรือพระวิจิตตสาราภิวังสะ เป็นพระติปิฏกธร หรือพระผู้จดจำพระไตรปิฎกได้ทั้งหมด และสามารถท่องสาธยายได้โดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว ซึ่งทางคณะสงฆ์เมียนมาได้รับรองด้วยการสอบทานแล้ว และได้รับการตรวจสอบโดย กินเนสส์เวิลด์เร็กคอร์ด นอกจากนี้ ท่านยังเป็นพระเถระนำการตอบข้อซักถามเรื่องพระวินัย ในการสังคายนาครั้งที่ ๖ ทางรัฐบาลเมียนมาได้ถวายสมณศักดิ์ให้กับท่านเป็นพระอภิธัชมหารัฏฐคุรุ

เสียงสวดต่อไปนี้เป็นการสาธยายมหาปัฏฐาน ในพระอภิธรรมปิฎก
https://archive.org/details/MingunsayadawPahtanAhmhoonParlitaw

เสียงสาธยายพระสูตรต่างๆ (ตรง MP3 Disc 1, 2, 3)
http://www.dhammadownload.com/MinGunSayaDaw-mp3.htm

เสียงสาธยายพระปริตร
http://www.aimwell.org/paritta.html

แหล่งที่มา : http://www.tnews.co.th

“พึงรักษาความดีของตนไว้ ดุจเกลือรักษาความเค็ม” สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาท ในพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวาระ ๕๗ ปีแห่งการสถาปนา กฟภ.

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๙.๕๐ น. เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังสำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ทรงเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวาระ ๕๗ ปีแห่งการสถาปนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาท ความตอนหนึ่งว่า

“การจะบริหารองค์กรขนาดใหญ่ เช่นองค์กรของท่านทั้งหลาย ให้เจริญมั่นคงได้นั้น ‘ความสุข’ ของคนทำงาน เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะทำให้งานทั้งปวง ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเรียบร้อย ส่งผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน

ความสุขในที่ทำงานจะเกิดได้ ก็ด้วยเหตุที่คนทำงานทุกคน ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม ๔ ประการ ตามที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ประทานไว้ ให้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจกัน เรียกว่า ‘สังคหวัตถุ ๔’ อันประกอบด้วย

๑.ทาน การเอื้อเฟื้อเจือจานซึ่งกันและกัน ไม่เป็นคนเห็นแก่ได้ฝ่ายเดียว การทำงานจะต้องช่วยเหลือกัน แบ่งปันกัน ไม่เห็นแก่ตัว ต้องมีน้ำใจที่ดีต่อกัน

๒.ปิยวาจา การใช้วาจาประสานสามัคคีไมตรี สื่อสารกันอย่างไพเราะอ่อนหวานและจริงใจ ไม่พูดหยาบคาย ก้าวร้าว ต้องปรึกษาหารือกันด้วยท่าทีที่เป็นมิตร พูดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเหมาะสมกับกาลเทศะ

๓.อัตถจริยา การทำตนเป็นให้ประโยชน์ต่อผู้อื่นเสมอ คนทำงานต้องรู้จักช่วยเหลือกันด้วยกำลังกาย กำลังใจ และกำลังความคิด อย่าทอดธุระว่าไม่ใช่เรื่องของเรา นี่ไม่ใช่ธุระในส่วนงานเรา แล้วจึงเพิกเฉย ไม่ช่วยเหลือกัน อย่างนั้นก็เป็นอันใช้ไม่ได้

และ ๔. สมานัตตตา การวางตนสมบทบาทหน้าที่ อย่างเสมอต้นอย่างเสมอปลาย ไม่เย่อหยิ่งถือตัว ไม่ตั้งแง่หาเรื่อง ต้องวางตนให้น่ารัก และน่าร่วมมือช่วยเหลือกัน เป็นคนคงเส้นคงวา มีความมั่นคงในอารมณ์

อาตมาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะสามารถครองคุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้ไว้ได้ อย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ มิเผลอให้ขาดตกบกพร่องไป เพื่อจะได้ก่อประโยชน์ให้สำเร็จแก่ตนเอง และแก่องค์กร และแก่สังคมส่วนรวม

และใคร่จะขอให้ท่านทั้งหลาย นึกถึงธรรมภาษิตที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงขอให้เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทวมหาเถร) แห่งวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ทรงค้นคิดธรรมภาษิตถวายให้พระองค์ข้อหนึ่ง คิดว่าท่านทั้งหลายส่วนมากคงจะเคยได้ยินได้ฟังและจำได้

ธรรมภาษิตข้อนั้นก็คือคำว่า สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฺฒิ สาธิกา ความพร้อมเพรียงแห่งชนผู้ทำงานร่วมกันเป็นหมู่ ยังความเจริญรุ่งเรืองให้สำเร็จ

ท่านลองนึกดูก็แล้วกัน ธรรมภาษิตนี้แต่เก่าก่อนอาตมาก็ลืมๆ ไป แต่มาปี ๒๕๖๐ ตั้งแต่ขึ้นปีใหม่มานี้ ก็ปรากฏผุดขึ้นในใจอยู่เสมอมา ให้ท่านลองคิดดูก็แล้วกัน ความพร้อมเพรียงแห่งชนผู้ทำงานร่วมกันเป็นหมู่ ยังความเจริญรุ่งเรืองให้สำเร็จ

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประสบความสำเร็จดังที่ปรากฏให้เราท่านทั้งหลายได้พบเห็นในขณะนี้ ก็ด้วยพนักงาน เจ้าหน้าที่ ท่านผู้นำแห่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพร้อมใจกันดำเนินตามธรรมภาษิตนี้เป็นแน่นอนจึงได้เจริญมาถึงทุกวันนี้

ขอให้รักษาความดีอันนี้ไว้ ดุจธรรมภาษิตที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงไว้ว่า รกฺเขยฺย อตฺตโน สาธุํ ลวณํ โลณตํ ยถา พึงรักษาความดีของตนไว้ ดุจเกลือรักษาความเค็ม”

แหล่งที่มา : http://www.tnews.co.th

ลุงขายขนมหวาน ขอบคุณผู้เสียหาย “ไม่เอาเงิน” หลังลุงขับชนท้ายรถเสียหาย

ค่าซ่อมรถทั้งหมดเราออกเอง ลุงก็ไม่มี ไปยืมคนอื่นมา เราก็ไม่ได้มีมากมาย ถ้าพอช่วยเหลือลุงได้เราก็ขอช่วยลุงไว้ละกันเนอะ

ในฐานะที่ลุงทำตามที่พูด ไม่หนี แสดงความบริสุทใจในการซ่อมรถให้เรา เราเลยไม่รับเงินลุง

อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีรถทางตรงขับมาด้วยความเร็ว จึงทำให้ลุงพยามยามชิดซ้าย ซึ่งบวกกับลุงกำลังรีบกลับบ้าน เพื่อไปดูแลเมียทีเป็นอัมพาต ทำให้ควบคุมรถไม่ได้เลยทำให้เกิดอุบัติเหตุนี่ขึ้นมา ลุงคงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้

ลุงดีใจมาก ตักขนมให้หลายถุงเลย ไม่เอาก็ไม่ยอม ช่วยเหลือกันไป เงินทองของนอกกายเนอะ รถโดนชน 2 วันติดอาจได้โชคอย่างอื่นก็ได้

ปล. ขอบคุณพี่เจ้าของอู่รถด้วยนะคะ พี่เค้าใจดีมากค่ะ ลดให้แล้วลดให้อีก เร่งมือทำรถให้ด้วย ขอบคุณมากมายจริงๆค่ะ

“ถ้าเรามีน้ำใจต่อคนอื่น คนอื่นก็มีน้ำใจกับเรา”

แหล่งที่มา : https://www.sharesod.com