“หลวงปู่ดู่” บอกเทคนิคอธิษฐานคำเดียวได้ครบ!! ทำบุญขอพรไม่ต้องยาว

เวลาทำบุญควรอธิษฐานอย่างไรให้ได้ผลตามที่ต้องการ?

คนส่วนใหญ่เวลาทำบุญมักจะอธิษฐานว่า ขอให้รวย ขอให้สุขภาพแข็งแรง ขอให้ได้เลื่อนตำแหน่ง ฯลฯ

แต่ความจริงแล้วมีคำอธิษฐานที่ง่าย สั้น ครบวงจร และเป็นประโยชน์ครบถ้วนกว่านั้นมาก

“หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ” เคยสอนเทคนิคในเรื่องนี้ไว้ว่า เวลาทำบุญให้อธิษฐานสั้น ๆ ไปเลยว่า

“ขอให้พบแต่ความดี…ไม่มีความทุกข์”

เพราะคำว่า “ความดี” ครอบคลุมทั้งหมด ทั้งร่ำรวย สุขภาพดี มียศถาบรรดาศักดิ์ มีคนรักและเมตตา ฯลฯ

ส่วน “ไม่มีความทุกข์” นั้นก็หมายถึงการตัดสิ่งที่ไม่ดีออกหมดทุกอย่าง ไม่มีทุกข์ ไม่มีโรคภัย ไม่มีอุปสรรค ไม่มีศัตรู ฯลฯ

และที่สำคัญก็คือ การได้พบแต่ความดีนั้นมีคุณค่าตรงที่ว่า  ถึงแม้เราจะขอพรจนร่ำรวยได้จริง แต่ถ้าไม่มีความดี เงินนั้นก็อาจถูกนำไปเล่นการพนัน นำไปซื้อยาเสพติด สุดท้ายก็นำพาไปนรก

หรือแม้จะมียศ มีตำแหน่ง แต่ถ้าปราศจากความดีก็อาจเอาตำแหน่งนี้ไปข่มเหงรังแกคนอื่น คดโกงประเทศชาติ สุดท้ายก็มีนรกเป็นที่ไป

หรือแม้จะมีคนรัก คนเมตตา แต่ถ้าเราเป็นคนไม่ดี เป็นคนเจ้าชู้ หลอกคนนี้ให้รัก หลอกคนนั้นให้หลง สุดท้ายก็ทะเลาะตบตีกันและพากันไปนรกกันทั้งหมู่

“การขอให้พบความดี” จึงถือเป็นพรอันสำคัญที่สุด และผู้ที่จะพบกับความดีได้ก็ต้องมีปัญญาพอที่จะรู้ว่าความดีมีประโยชน์เช่นใด

เมื่อเรามีปัญญา แม้จะเกิดมายากจนก็สามารถใช้ปัญญาสร้างเนื้อสร้างตัวจนร่ำรวยได้ แม้จะเกิดมาต่ำต้อยก็สามารถใช้ปัญญาทำงานจนมีตำแหน่งใหญ่โตได้ไม่ยาก หรือแม้จะเกิดมาไม่มีใครรัก แต่หากมีปัญญารู้จักพูดจาก็จะกลายเป็นที่รักของคนอื่นได้

และที่สำคัญคือ เมื่อมีปัญญาก็จะรู้เองว่า ความชั่วไม่มีประโยชน์และไม่ควรทำ ความดีมีแต่ประโยชน์และควรทำ  เมื่อทำความดีแล้วก็จะเป็นผู้มีความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า มีแต่สุคติเป็นที่ไป ใครอยู่ใกล้ก็มีความสุข

ฉะนั้น เวลาทำบุญครั้งใดก็ให้อธิษฐานง่าย ๆ ไปเลยว่า

“ขอให้พบแต่ความดี…ไม่มีความทุกข์”!!

แหล่งที่มา : http://www.tnews.co.th/contents/342776

มหาเศรษฐีใจบุญ บริจาคที่ดิน 6 พันล้านบาท เพื่อให้สร้าง รพ.รักษาผู้ป่วยฟรี!!

ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ประธานกรรมการบริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด ผู้เดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) ด้วยการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง

สุดยอดคนดี!! มหาเศรษฐีไทยใจบุญ บริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท เพื่อเปิดรพ.รักษาผู้ป่วยฟรี !!!!

ในปัจจุบัน อายุเริ่มมากแล้ว เลิกทำทุกอย่าง รับค่าเช่าจากธุรกิจเพียงเท่านั้น หันหน้ามาทำบุญอย่างจริงจัง ตายไปก็เอาไปด้วยไม่ได้บริจาคที่ดิน ซอยสุขุมวิท 24 จำนวน 3 ไร่ 130 ตรว. มีคนมาขอซื้อ700,000 บาท ต่อ ตรว. หรือ 6,000 ล้านบาท เพื่อก่อตั้งบริษัททาสของแผ่นดิน จำกัด เพื่อดำเนินการโรงพยาบาล เพื่อคนจน มารักษาผ่าตัดตา และฟอกไต ฟรีใครขอซื้อก็ไม่ขาย จะให้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน

เปิดใจครั้งแรก กับธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ผู้ถวายท่อนไม้จันทน์หอม สร้างพระโกศสมเด็จย่า และสมเด็จพระพี่นางฯ พร้อมเจริญรอยตามในหลวง ด้วยการเปิดบริษัท ทาสของแผ่นดิน รักษาต้อกระจกฟรีให้กับคนจน ความจงรักภักดี แปลว่า ” ความยอมสละตนเพื่อประโยชน์แห่งท่าน ”ยอมได้ทั้งนั้น เพื่อมุ่งประโยชน์อันแท้จริงให้มีแก่ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ความจงรักภักดีแท้จริงนี้เอง คือความรักชาติซึ่งคนไทยสมัยใหม่พอใจพูดอยู่จนติดปาก แต่จะมีสักกี่คนที่จะทำได้อย่างแท้จริง

ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ประธานกรรมการบริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด ผู้เดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง

จะมีคนธรรมดาสามัญสักกี่คน ที่จะมีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด ความประทับใจ แต่พระราชดำรัส ” ขอบใจ ” ยิ่งทำให้เขามีความสุขจนไม่อาจลืม ชายวัย 51 ปี ชี้ไปยังจดหมายที่ใส่กรอบอย่างดีซึ่งติดบนผนังห้องทำงานอันมีใจความว่า ” ตามหมายแจ้ง ความประสงค์ถวายท่อนไม้จันทน์หอม เพื่อใช้ในงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สำนักพระราชวังได้นำถวาย ความกราบบังคมทูล พระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงขอบใจ หจก.เอ็ม.เอ.ที. อิ มปอร์ต-เอ็กซปอร์ต …”

ศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก-ต้อเนื้อ เกิดจากลมหายใจสุดท้ายครั้งหนึ่งเคยถูกลอบยิงเกือบเอาชีวิตไม่รอดต้องรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.กรุงเทพคริสเตียน ในห้องไอซียู นานถึง 45 วัน และต้องทำการผ่าตัดถึง 6 ครั้ง ” เป็นช่วงเวลาที่ได้เห็นคนเสียชีวิตมากมายมหาศาล สัจธรรมเกิดขึ้นมาทันทีว่า ภาพที่เห็นคนตาย คิดในทางบวกถือเป็นความสุข เพราะไม่ได้นอนกับคนที่ัรักเราอย่างเดียว แต่ได้นอนกับคนที่ต้องตายทุกวัน คิดว่าน้อยคนนักที่จะได้มานอนกับคนตายแบบนี้ ระหว่างที่อยู่ไอซียูยังได้ยินเสียงทุกคนพูดตรงกัน คงอยู่ไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่ครึ่งชั่วโมงนั้นทำให้รอดตายมาได้ นับว่าโชคดีและเป็นบุญอย่างหนึ่ง ถามว่าสะทกสะท้าน กับความตายไหม บอกได้เลยว่าไม่มี เลยได้คารมเด็ดๆในชีวิตว่า ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายเวลาถ้าสิ้นไป เพราะว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เหตุนี้ ชีวิตที่เหลืออยู่ เขาจึงขอแทนคุณแผ่นดินด้วยการตั้งศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกขึ้น เพื่อรักษาผู้ยากไร้ วันนั้นคิดว่า ถ้าผมกลับมาได้จะตอบแทนบุญคุณให้กับ แผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ได้ยังไง ถ้าไปกิน-นอนอยู่กับใครสักคนโดยไม่ทำอะไรให้ แต่อยู่อย่างสุขสบายไม่ช่วยเหลือและเกื้อกูล ไม่ทำอะไรให้เลย เขาจะเรียกว่าเนรคุณไหม และถ้าผมอยู่ในแผ่นดินนี้ ไม่ช่วยเหลือแล้ว ยังกอบโกยโกงกินผืนแผ่นดิน เขาจะเรียกผมว่าทรราชของแผ่นดินหรือเปล่า ”

เหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้เข้าใจในความเป็นมนุษย์และบุญคุณที่ต้องทดแทนแผ่นดิน” เมื่อปรึกษาหารือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงสั่งซื้ออุปกรณ์การผ่าตัดดวงตา จากต่างประเทศ และสั่งซื้อรถห้องผ่าตัดเคลื่อนที่หลายสิบล้านบาท โดยเงินทั้งหมดในการซื้อ อุปกรณ์เป็นเงินส่วนตัวของผมที่ได้เก็บสะสมตลอดทั้งชีวิต ผมต้องการช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยาก ไร้คนไทยในแผ่นดินด้วยกัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “

โดยมีผู้ป่วยถึง 200 ราย ได้รับการผ่าตัดต้อกระจก และสามารถมองเห็นอีกครั้ง 3 ปีที่ผ่านมาช่วยเหลือผู้ที่เป็นต้อกระจกมองเห็นได้ประมาณ 600,000 ราย

ทุกวันนี้ถามว่าคุณธานินทร์เหนื่อยไหมตอบทันทีว่า ” ไม่เหนื่อยเลย ผมมาช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะผมแบกความจนเอาไว้ การแบกความจนจะทำให้รู้ว่า เกิดเป็นคนอย่าลืมตัว เกิดเป็นวัวอย่าลืมตีน ดังนั้น ถ้าเราแบกความจนเอาไว้จะไม่ลืมความจนเลย วันนี้เราแบกความจนเอาไว้ก็จะพาประชาชนพ้นทุกข์ได้ และหากเราแบกความรวยเอาไว้เมื่อไร เราจะกลายเป็นคนลืมตัว ถ้าตายไปแล้วขึ้นสวรรค์ ขณะเดียวกันก็ยังมีคนยากจนอยู่ในแผ่นนี้ ขอกลับลงมาเกิดในแผ่นนี้ดีกว่า ผมไม่ได้คิดที่จะเปิดศูนย์นี้เท่านั้น แต่มีความตั้งใจจะสร้าง ร.ร.อนุบาลเรารักในหลวง เพื่อต้องการปลูกรากแก้วให้กับเด็กๆ ”

ในทุกวันนี้เขาขอเดินรอยตามพรยุคลบาทองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจนกว่าชีวิตจะหาไม่

ผู้ป่วยโรคต้อกระจกต้องการรักษาฟรี ให้ติดต่อที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว และนายชูศักดิ์ แก้วสุริยอร่าม บริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด อาคารพระมหากรุณาธิคุณ เลขที่ 98 ซอยสุขุมวิท 24 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขต คลองเตย กทม. 10110

สอบถามรายระเอียดได้ที่ 02-2629454-5,02-2618213-7 เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ 08.00-17.00 น.

รักษาตาฟรี !! ผ่าตัดต้อกระจก , ต้อเนื้อ ถวายในหลวง โครงการคืนแสงสว่างให้ผู้ป่วยต้อกระจกและต้อเนื้อทุกท่านมารับบริการผ่าตัดต้อกระจกและต้อเนื้อ ฟรี โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ 8.00-17.00 น. เลขที่ 99/359-360 ซอยสุขุมวิท 24 ( เกษม) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 โทร 02 262 9454-5 แฟ็กซ์ 02 262 9454

เอกสารที่ต้องนำมา ให้ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรทอง อย่างละ 2 ใบ แพทย์จะทำการตรวจคนไข้ใหม่เฉพาะวันพุธและวันศุกร์ กรุณาโทรแจ้งล่วงหน้า

แหล่งที่มา : palungjit.org

“พระธรรมมงคลเจดีย์” เจ้าอาวาสวัดอรุณฯ มรณภาพแล้ว ด้วยอายุ ๙๓ ปี

ในวันนี้ พระปลัดจิรวัฒน์ จิรปุตฺติโย วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ได้โพสเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อว่า Jirawath Bank Wiboonphon แจ้งข่าวสุดเศร้าว่า “สิ้นแล้วร่มโพธิ์ใหญ่วัดอรุณ
กราบถวายความอาลัย พระธรรมมงคลเจดีย์ (เฉลียว ฐิตปุญฺโญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ได้มรณภาพด้วยอาการสงบ ที่โรงพยาบาลธนบุรี เวลา ๑๓.๐๐ น. สิริอายุ ๙๓ ปี ๗๓ พรรษา”

ด้านประวัติ พระธรรมมงคลเจดีย์ นามเดิม เฉลียว ปัญจมะวัต เกิดเมื่อวันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2468 เป็นชาวปทุมธานี อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 ณ วัดบางนา จังหวัดปทุมธานี ถึง พ.ศ. 2490 ได้ย้ายมาจำพรรษาที่คณะ 4 วัดอรุณราชวราราม ครั้งเมื่อพระเทพมุนี (วน ฐิติญาโณ) มาครองวัดอรุณราชวราราม จึงได้ย้ายมาอยู่คณะ 1 พ.ศ. 2552 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม

สิ้นแล้วร่มโพธิ์ใหญ่วัดอรุณกราบถวายความอาลัยพระธรรมมงคลเจดีย์ (เฉลียว ฐิตปุญฺโญ)อดีตเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ได้มรณภาพด้วยอาการสงบที่โรงพยาบาลธนบุรี เวลา ๑๓.๐๐ น.สิริอายุ ๙๓ ปี ๗๓ พรรษา

โพสต์โดย Jirawath Bank Wiboonphon บน 29 กรกฎาคม 2017

แหล่งที่มา : siamstations.com

“พระธรรมมงคลเจดีย์” มรณภาพอย่างสงบแล้วที่รพ.ธนบุรี

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ เผย “พระธรรมมงคลเจดีย์” มรณภาพอย่างสงบยังโรงพยาบาลธนบุรี สิริอายุ 93 ปี พรรษา 73  เตรียมเคลื่อนศพมายังวัดอรุณ 1 ส.ค.นี้ ทั้งนี้หากเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ศิษยานุศิษย์ได้รับทราบอีกครั้ง

30 ก.ค. พระศากยปุตติยวงศ์ (ต่อศักดิ์ สุนทรวาที) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เปิดเผยว่า ตามที่พระธรรมมงคลเจดีย์(เฉลียว ฐิตปุณฺโณ) เจ้าอาวาสวัดอรุณาราชวราราม ได้เข้ารักษาอาการอาพาธด้วยโรคชรา ยังโรงพยาบาลธนบุรีนั้น ในเวลา 13.00 น. พระธรรมมงคลเจดีย์ ได้มรณภาพลงด้วยอาการสงบแล้ว สิริอายุ 93 ปี พรรษา 73 เบื้องต้นทางคณะสงฆ์วัดอรุณจะเคลื่อนศพมายังวัดอรุณราชวราราม ในวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ทั้งนี้หากมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดทางวัดจะมีการแจ้งให้คณะศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนได้ทราบอีกครั้ง

สำหรับประวัติพระธรรมมงคลเจดีย์ นามเดิม เฉลียว ปัญจมะวัต เกิดเมื่อวันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2468 เป็นชาวปทุมธานีพระธรรมมงคลเจดีย์ อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 ณ วัดบางนา จังหวัดปทุมธานี ถึง พ.ศ. 2490 ได้ย้ายมาจำพรรษาที่คณะ 4 วัดอรุณราชวราราม เมื่อพระเทพมุนี (วน ฐิติญาโณ) มาครองวัดอรุณราชวราราม จึงได้ย้ายมาอยู่คณะ 1 การศึกษา พ.ศ. 2494 การศึกษาพระปริยัติสอบได้นักธรรมชั้นเอก ณ สำนักเรียนวัดอรุณราชวราราม พ.ศ. 2542 ได้รับปริญญาพุทธศาสนมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สำหรับการปกครอง พ.ศ. 2495 เป็นเจ้าคณะ 1 วัดอรุณราชวราราม และเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พ.ศ. 2511 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม พ.ศ. 2528 เป็นรองเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม พ.ศ. 2539 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ. 2551 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม พ.ศ. 2552 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม สมณศักดิ์ที่ได้รับพระราชทานและแต่งตั้ง พ.ศ. 2492 เป็นพระฐานานุกรมที่ พระครูใบฎีกา พ.ศ. 2496 เป็นพระฐานานุกรมที่ พระครูธรรมธร พ.ศ. 2497 เป็นพระฐานานุกรมที่ พระครูปลัดสุตวัฒน์ พ.ศ. 2504 เป็นพระฐานานุกรมที่ พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ พ.ศ. 2506 เป็นพระฐานานุกรมที่ พระครูปลัดสัมพิพัฒนธุตาจารย์  5 ธันวาคม พ.ศ. 2507 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระโสภณวราภรณ์ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2543 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสุทธิโสภณ5 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพมงคลรังษี  และ5 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมมงคลเจดีย์
แหล่งที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/588582

คิดให้ดี! ทำบุญด้วยการ “ปล่อยนก” ได้บุญหรือบาป? เผยภาพนกตายระหว่างถูกนำไปวัด เพื่อให้คนสะเดาะเคราะห์

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่ง คุณChaiphon Tabtimthong ได้เผยแพร่ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กเพื่อเตือนประชาชนอย่าหลงเป็นเหยื่อขบวนการจับนก มาหลอกให้ปล่อยนก เพื่อทำบุญ ดังนี้

“ก่อนที่จะจ่ายตังค์ซื้อนกมาปล่อยเพื่อเอาบุญ
ถามใจก่อนดีกว่า นกเหล่านี้มาจากไหน
ก็ไล่จับจากธรรมชาติ ไงครับ โดยกลุ่มคนใจร้ายใช้ตาข่ายผืนใหญ่ดักจับมาจากท้องทุ่งส่วนใหญ่เป็น กลุ่มนกกระติ๊ด เป็นนกที่หากินเมล็ดข้าวเมล็ดพืชอยู่ตามทุ่งนา จับมาได้เป็นฝูงๆ ก็เอามาขังกรงใหญ่แล้วแยกขาย ส่งไปตามวัดต่างๆ มีนกตายระหว่างการขนส่งเป็นจำนวนมาก ทำกันเป็นขบวนการ จับเท่าไหร่ก็ไม่หมด เพราะมีผู้ซื้อเป็นจำนวนมากที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์
วิธีทำบุญกับนก แล้วได้บุญแน่นอน ได้แก่
1.ไม่ซื้อนกที่จับมาขายตามวัดเพื่อสะเดาะเคราะห์ …ท่านได้บุญ
2.บอกคนใจร้ายให้ปล่อยนกอยู่ตามธรรมชาติดีกว่า… ท่านได้บุญ
3.แจ้งเจ้าหน้าที่ หากเห็นคนใจร้ายจับนกมาขาย… ท่านได้บุญ”
พร้อมทั้งเผยแพร่ ภาพของเหล่านกที่ถูกจับมาจนสิ้นใจตาย

แหล่งที่มา : http://www.tnews.co.th/contents/342345

หลวงพ่อจรัญเล่าประสบการณ์ บุญที่อานิสงส์มาก ยากจนก็ทำได้

การทำบุญที่ให้ผลสูงสุด

อยากจะให้โยมทำบุญให้มาก ๆ ทั้งโยมผู้หญิงผู้ชายโดยไม่ต้องใช้สตางค์เลย ต้องการให้โยมทำบุญตรงนี้ เอาบุญมาใส่ตนเองบ้าง อย่าทรยศกฎบัญญัติของตัวเอง อย่านอกใจตัวเองได้ไหมตรงนี้ขอฝากคำจำไว้ด้วย

ถ้าโยมไม่คิด…จะไม่เข้าใจคำนี้ โยมไปสงเคราะห์ผู้คนอื่น สงเคราะห์วัดโน้นวัดนี้ก็ดี ไม่ใช่ว่าปฏิเสธดี แต่ยังดีไม่มากเท่ากับสงเคราะห์ตัวเอง ทำบุญให้แก่ตัวเอง ให้เกิดความสุข ด้วยการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน เจริญสติปัฏฐาน ๔ อย่างนี้ ขอให้ทำด้วยความตั้งใจ

ถ้าโยมมีลูกหลาน โยมเป็นคุณตาเขา คุณปู่เขา คุณย่าเขา รับรองเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นทางดี ปู่ย่าตายายให้กับลูกให้กับหลานถึงแน่ ไม่ต้องอธิษฐานด้วย ถ้าโยมเป็นคุณตา คุณยาย

สมัยก่อนอาตมารู้จักตายายคู่หนึ่ง ยกตัวอย่างได้เลย ชอบกินเหล้า ชอบเล่นการพนัน มีเงินมีทอง มีที่ดินตั้งห้าร้อยกว่าไร่ ชอบอย่างนี้หมด แต่ไม่สนใจเรื่องวัด ทำบุญ ทำกฐิน ผ้าป่า แค่จะสวดมนต์ไหว้พระ หรือเจริญกรรมฐาน…ไม่สนใจ ลูกหลานไม่เอาไหนเลย เกเรกันหมดทั้งบ้าน พฤติกรรมไม่ดีเลย…เปลี่ยนพฤติกรรมไม่ได้ เรียนหนังสือแล้วก็เลิก

ขอให้กำหนดระยะ…คนที่สติปัญญาไม่ดี คนหายใจสั้น หายใจไม่ยาว คือมักจะคิดอะไรสั้น ๆ คิดแต่หัวบันได ไม่ได้คิดออกไปยืดยาวนอกประเด็น นี้เป็นความจริงอย่างนี้แน่นอน

ขอฝากไว้ถ้าเราเป็นญาติ มีลูกมีหลานไม่เอาไหน ไม่ต้องไปตีไปด่า ไม่ต้องถวายสังฆทานให้หรอก ตัวเรามาปฏิบัติธรรมเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดี จะถึงลูกถึงหลานเจ็ดชั่วโคตร จะย้อนไปถึงปู่ย่าตายายที่ทำบาป บางทีปู่ย่าตายายกินเหล้าเมายา เล่นการพนัน แต่หลานมาปฏิบัติธรรมที่วัดนี้ เดินหน้าไปหาลูกหลานของเขาในอนาคต เขายังเป็นหนุ่มสาวอยู่ถอยหลังมาหาพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ปู่กับย่า…ตากับยาย ชอบเล่นการพนัน ชอบกินเหล้า…เลิกเลยทันทีเห็นไหมไม่ต้องอธิษฐาน และไม่ต้องแผ่เมตตาด้วย เลือดสายโลหิตอันเดียวถึงเจ็ดชั่วโคตร พระพุทธเจ้าสอนชัดเจนมาก ไม่ต้องอธิษฐานหรอก

สมมติว่าลูกจะเข้างาน หลานจะเข้างาน หรือจะไปเรียนต่อต่างประเทศอะไร…ไม่ได้ มันขัดข้องไปหมด ไม่ต้องไปอธิษฐานขอเทวดาแต่ประการใด ปฏิบัติธรรมดีที่สุด สวดพุทธคุณ ธรรมคุณ พาหุงคาถา สวดพุทธคุณ เท่าอายุกัณฑ์หนึ่ง…

ทำไมต้องเกินอายุเพิ่มพูน สำคัญมาก

ยกตัวอย่างให้เห็น เราหนัก ๘๐ กิโลกรัม น้ำหนักเราอย่าไปแบกของ ๑๐๐ กิโลกรัมนะ จะไปไม่รอดจะบอกให้ จะเดือดร้อนภายหลัง อย่างดีก็แบกของให้มันพอ ๘๐ กิโลกรัม แต่เราสวดเกิน ๑ หรือสวดเกิน ๑๐ หรือ ๑๐๘ เหมือนเพิ่มพละเพิ่มพลังให้เราสูงขึ้น จะได้มีพลังต่อไป อย่างนี้ต่างหาก ถ้าสวดได้ ๑๐๘ ก็ดี

สำหรับผู้มีเวลาน้อย จะต้องรีบออกนอกบ้าน หรืออยู่ในรถติดในกรุงเทพฯ สวดดีมาก สวดในรถอย่าไปหลับตานะ…รถชน เสาไฟฟ้า เมื่อ ๒ วัน หลับตาสวดตอนตี ๓…ชนเสาไฟฟ้า โทรศัพท์ถามทำไม?…หลับตาขับรถ ผมลืมถามหลวงพ่อว่าเวลาสวดมนต์ ในรถต้องหลับตาหรือเปล่า เพราะมันเป็นโชเฟอร์…ขับรถหลับตา สวดมนต์อย่าหลับตา ถ้าเราสวดที่บ้านเราไม่ได้ทำอะไรก็หลับตาได้

บางทีเดินจงกรม ระวังนะ! ขวาย่างหนอ…ซ้ายย่างหนอ หลับตาปี๋ชนโป๊กหนอ ต่างคนต่างหลับอะไรกัน…หลับตาเฉพาะยืนหนอ ๕ ครั้ง ยืนหนอให้ยาว ๆ ตั้งสติตัว ตั้งสติตัว…รู้ตัว

หลักนี้คือตัวธรรมะ ถ้าขาดสติแล้วมันจะฝืนใจ คนไม่มีสติจะปล่อยไปตามอารมณ์ตามใจตนตลอด คนที่มีสติสัมปชัญญะได้นั้นมันจะฝืนใจมาทางดี คนที่สำเร็จเป้าหมายแห่งวัตถุประสงค์ ไม่ต้องฝืนใจ ปล่อยไปตามอารมณ์ ตามใจตัวเอง…ก็หลั่งไหลไปสู่ที่ต่ำชั่วตรงนี้ ไม่ใช่ธรรมะอยู่ที่หนังสือ ไม่ใช่ธรรมะอยู่ที่อื่น…ตัวกำหนดชะตากรรม

แหล่งที่มา : http://www.tnews.co.th/contents/342397

คำทำนายของ “หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก” ใกล้ความจริงเข้าทุกที

คำเตือนภัยที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ส่อความจริงเข้ามาทุกที จากคำทำนายของหลวงปู่สังวาลย์ ที่เคยทำนายใว้ ท่านสนทนากับหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ไว้ว่าจะเกิดภัยพิบัติต่อประเทศของเรา ซึ่งเป็นคำทำนายที่หลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้น และคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น หรือเกิดเหตุการณ์ตามคำทำนายไว้ ซึ่งหลวงปู่สังวาลย์ได้ทำนายไว้ว่า สัญญาณเตือนภัยก่อนที่ภัยพิบัติใหญ่จะมาคือ

เราจะเห็นพระสงฆ์ทะเลาะกันวุ่นวายไปหมด จากนั้นจะเกิดน้ำท่วมใหญ่คนตายเป็นเบือที่ภาคใต้แต่ไม่เท่ากรุงเทพ เพราะจากนั้นไม่นานจะมีคลื่นยักษ์ซัดมาจากฝั่งตะวันออก มาทีเดียวน้ำจะท่วม เสาไฟฟ้า

สมัยที่หลวงพ่อสนอง กตปุญโญท่านยังอยู่ท่านก็ย้ำคำของหลวงปู่สังวาลย์ไว้ดังนี้ว่า “เหลือ อีกสองอย่าง ที่ยังไม่จริง ยังไม่ถึง ศึกพระ กับ น้ำท่วมกรุงเทพ คนจะตายกันเยอะ ตายมากกว่าคราวนี้ ท่านไม่บอกปีนะ ท่านเตือน บอกให้ระวังตัว เตือนเราว่า ให้ดูฝนตก 7 วัน 7 คืน ฟ้ามืด ไฟจะดับหมด สงสัยจะมีพายุอย่างแรง ไฟฟ้าสงสัยจะดับหมด”หลวงปู่สังวาลย์พูดให้ฟังว่า…สนอง…ไม่ช้าพวกเราก็ตาย แล้ว แต่โลกนี้จะเดือดร้อน แต่ถ้าเราอยู่ถึงก็จะเห็นภัย 3 อย่าง “น้ำจะท่วมภาคใต้ ฝั่งตะวันตกตายกันเยอะ เป็นครั้งที่ 1 แต่ก็ตายไม่มากเท่าน้ำท่วมกรุงเทพ กรุงเทพนี่ น้ำท่วมมาก ท่วมตึก 4 ชั้นเลย”

สนอง…เตรียมน้ำมันรถไว้ให้ดีนะ เตรียมรถให้ดี อย่าใช้ รถเก่านะ “ถ้าน้ำท่วมกรุงเทพเนี่ยะ ฝนจะตก 7 วัน 7 คืน ฟ้าจะมืดหมด ไม่มีแสงอาทิตย์ แสงตะวัน แล้วไฟดับหมด เงินไม่มีค่า เงินไม่มีความหมาย เอาข้าวตากไว้ดีกว่า ตอน 7 วัน 7 คืน”…. ….ท่านบอกเรา(หลวงพ่อสนอง)ที่วัดอีกครั้ง หนึ่งว่า เวลาฝนตก 7 วัน 7 คืน ถ้าน้ำท่วมมาถึงชลบุรีโกยเลยนะ ไปโน้นเลย สระบุรีไปเขาใหญ่เลยจะไม่ตาย…เราจะโกยไปทำไมคนเดียวล่ะ คลื่นยักษ์มาถึง ชลบุรีท่วมภูเขามาเลย ท่วมไปถึงวัดทุ่งสามัคคีธรรมน่ะ วัดทุ่งนี่เรานั่งพื้นน้ำเปียกหัวเรือเลยนะ น้ำไปสุดนครสวรรค์…เราบวชมานานเชื่อเราสิ….”แล้วก็จะเกิดสงครามพระ สงครามพระไฟจะลุก ทุกหย่อมหญ้าเลย สงครามพระจะเกิด เชื่อเราไหม เราทำกรรมฐานมานาน” ท่านบอกว่ามันเป็นกรรมของคนไทย ท่านบอกว่ามันเป็นกรรมของคนไทย หมายเหตุ….1.น้ำท่วมภาคใต้เกิดแล้วคือสึนามินั้นเอง(ทำนายใว้ตรง) ………………2.ศึกพระสงฆ์ทะเลาะกันวุ่นวายเกิดแล้วปัจจุบัน(ทำนายใว้ตรง) ………………3.น้ำท่วมกรุงเทพ คลื่นยักษ์ มาถึง ชลบุรี ท่วมภูเขามาเลยท่วมตึก4ชั้น คนจะตายมากมาย(อันนี้รอการพิสูจน์) หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

คำทำนายที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ทำไมมันส่อความจริงเข้ามาทุกที ภาคใต้ก็น้ำท่วม พระสงทะเลาะกันเอง เหลือสิ่งนี้ที่ยังไม่เกิด น้ำท่วมกรุงเทพ คลื่นยักษ์ มาถึง ชลบุรี ท่วมภูเขามาเลยท่วมตึก4ชั้น คนจะตายมากมาย ยังไงก็ขออย่าให้มันเกิดขึ้นเลยนะคะ และไข่เจียวเชื่อว่าหลายคนคงไม่อยากให้เกิดขึ้น ขอบคุณที่มา kaijeaw

แหล่งที่มา : khaodung.com

“หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” ทำนาย ร.10 มีบุญมาก ประเทศไทยจะมีแต่ความมั่งคั่งสมบูรณ์

ร. 10 เป็นผู้มีบุญบารมีมาก  ประเทศไทยจะมีความมั่งคั่งสมบูรณ์จนชาวเอเซียหรือยุโรปก็ต้องเอาใจ! “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ”ทำนายไว้

ในสมัยที่ พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า หลวงพ่อ ฤๅษีลิงดำ ยังมีชีวิตอยู่ ได้มีการรวบรวมคำเทศนาของหลวงพ่อไว้เป็นหนังสือชื่อ “ฤๅษีทัศนาจร”ซึ่งได้จัดพิมพ์ออกมาหลายเล่มหลายตอน โดยในเล่มที่๑ตอน”เทวดาชวนขุดทอง” ได้มีการคำทำนายสอดแทรกไว้ และมีการทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดในรัชกาลที่๑๐ ว่าจะมีผู้ใดมาขึ้นครองราชย์เป็นรัชกาลที่๑๐ และจะมีเหตุการณ์ใดที่บ้างดังเนื้อหามีข้อความได้บันทึกไว้ดังนี้…
…เมื่อแผ่นดินสะเทือน แผ่นดินสั่นเกิดขึ้น ดร.ปริญญา ก็บอกว่าเป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติบ้าง แต่ทว่าเจ้าลิงนี่สิ ฤาษีลิงดำหัวหน้าทัศนาจรมันไม่ว่าอย่างนั้น พอแผ่นดินสะเทือน ก็กำหนดจิตคิดว่านี่มันเรื่องอะไร พอมีความดำริเท่านั้น ก็ปรากฎว่า บรรดาปิยสหาย คราวนี้ไม่ใช่หมาแล้ว กลายเป็นผี มีศักดิ์ศรีใหญ่ แต่งตัวสีแดงพรืดไปหมด ประมาณ ๗๐ – ๘๐ คน แล้วก็ประมาณสีเขียวสีดำอีกหลายร้อยคน เห็นบริเวณนั้นเกลื่อนกล่นไปหมด จึงถามว่า
“นี่…พ่อเทวดา แกมาทำอะไรกันอยู่ที่นี่ และทำไมแผ่นดินมันถึงสะเทือน”

เขาก็ชี้ไปที่ ท่านเจ้าพระยาโกษาป่อง คราวนี้ การไปคราวนี้ ท่านเจ้าพระยาโกษาป่อง น้องชาย เจ้าพระยาโกษาปาน ท่านไปด้วย (ความจริงชื่อนี้สมมติขึ้นมา อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง ๆ…ล้อกัน และ เจ้าพระยาโกษาป่อง เป็นใครก็อย่าคิด อย่าถาม ถามก็ไม่บอก) แกก็เลยบอกว่า “เจ้าพระยาโกษาป่อง มันคิดจะขุดทรัพย์ มันคิดว่าที่นี่มีทรัพย์มาก มันอยากจะได้ทรัพย์ใต้แผ่นดิน ในเมื่อมันคิดอย่างนั้นก็เลยทำให้มันรู้ว่ามีจริง”
ก็เลยถามเขาว่ามีมากไหม เขาบอกว่า เฉพาะทองคำประมาณ ๑๕ ตัน เห็นจะได้ แล้วยังมีแก้วที่มีค่ามาก ทีนี้ถามเขาว่า “มันอยู่ลึกไหมวะ จะขุดได้ไหม?” แกก็เลยบอกขุดไม่ยากหรอก มันไม่ลึกเท่าไหร่ ประมาณ ๑ กิโลเท่านั้นก็ถึง ก็เสร็จ ก็เลยบอกว่า “นี่…แกไม่น่าจะบอกอย่างนี้นี่ เป็นของที่เกินวิสัยที่คนจะขุดได้ ทำไมถึงบอกอย่างนั้น”
เขาก็หัวเราะ ยังได้ถามว่าทรัพยากรทั้งหลายเหล่านี้ จะปรากฎเป็นผลดีแก่ประเทศชาติในสมัยไหน เขาก็เลยบอกว่า

“อานุภาพของทรัพยากรทั้งหลาย จะปรากฎขึ้นในตอนกลางสมัยรัชกาลที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยนั้นจะปรากฎว่า ประเทศจะมีความมั่งคั่งสมบูรณ์เป็นกรณีพิเศษ ทุกสิ่งทุกอย่างจะพร้อมมูลบริบูรณ์ จะกลายเป็นประเทศมหาเศรษฐีเขตหนึ่ง อย่าว่าแต่เฉพาะในเอเซียเลย แม้แต่ยุโรปก็ต้องเอาใจ”

ทั้งนี้เพราะอะไร “เพราะว่าอำนาจบุญบารมีของกษัตริย์ทั้ง ๒ พระองค์ คือกษัตริย์รัชกาลที่ ๙ เป็นผู้มีบุญบารมีใหญ่ ปูพื้นฐานเอาไว้ แล้วก็พระโอรสาธิราชที่จะเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป ก็เป็นพระราชาที่มีบุญบารมีใหญ่ ที่คนทั้งหลายคิดว่า จะทำลายประเทศไทยให้เป็นคอมมิวนิสต์ มีจิตหยาบปรารถนาจะให้คนไทยทั้งชาติที่มีความเคารพในพระพุทธศาสนาเป็นทาสของบุคคลกลุ่มเดียว ไม่มีความหมาย เพราะความหวังตั้งใจของบุคคลทั้งหลายเหล่านี้ เขาจะพาตัวเขาพินาศไปเอง เพราะอำนาจบุญบารมีของพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ที่มีสมรรถภาพเป็นพิเศษ”

เขาว่าอย่างนั้น ก็เลยบอกว่า “โมทนาด้วยน่ะ แล้วก็ในฐานะที่ท่านทั้งหลายเป็นเทวดา ก็ต้องช่วยกันนะ” เขาก็เลยบอกว่าช่วยกัน ก็เลยถามต่อไปว่า การที่ทำแผ่นดินสะเทือนนี่น่ะ เป็นปัจจัยเพราะ เจ้าพระยาโกษาป่อง แกมีความละโมบโลภมาก อยากจะได้ในทรัพย์ในแผ่นดินนั้นใช่ไหม ก็มีท่านหนึ่งบอกว่า ไม่ใช่ ไอ้เจ้าพระยาโกษาป่องนี่มันเพื่อนกัน เคยเป็นเพื่อนร่วมกันมา แต่ว่าตอนนี้ตามันยังไม่ดี แต่ทว่านิสัยเขาก็ดี ก็คือว่า ชอบสร้างตัวเป็นคนสุจริต ไม่ทุจริตโกงเงินโกงทองของรัฐบาล รับราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แล้วก็มีจิตประกอบไปด้วยกุศล อย่างนี้จึงแสดงอาการให้ปรากฏ และอีกประการหนึ่ง คนที่มาทั้งหมดนี่ เป็นอันว่า ๙๙.๙๙ % จัดว่าเป็นคนที่มีบุญใหญ่ มีศักดิ์ศรีใหญ่ ก็เลยถามว่า คนที่มีบุญใหญ่ มีศักดิ์ศรีใหญ่น่ะ มันใหญ่กันตรงไหน เขาก็บอกว่า ใหญ่ตรงที่มีความดีน่ะซิ เพราะการมาคราวนี้นี่ ตั้งใจจะมานมัสการพระดี ที่เรียกกันว่า สุปฏิปันโน และพระทั้งหลายเหล่านั้น คณะเขาเอง ข้อมูลที่มา : หนังสือฤๅษีทัศนาจร เล่มที่ ๑ ตอนเทวดาชวนขุดทอง http://www.watthasung.com

แหล่งที่มา : http://news.tnews.co.th/contents/341908

“ตั๊ก บงกช” เผยการตัดสินใจบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่!!

เพิ่งจะผ่านพ้นพิธีการทำบุญ 100 วัน แม่เล็ก ธนาภา ชีพนุรักษ์ คุณแม่ของนักแสดงสาว ตั๊ก บงกช ไปเมื่อ 23ก.ค.60 ที่ผ่านมา โดย ตั๊ก บงกช ได้โพสต์ภาพขณะไปทำบุญให้ แม่เล็ก ที่วัดพร้อมด้วยสามีอย่าง เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล และลูกชายสุดหล่อ น้องข้าวหอม พร้อมระบุข้อความแสดงความอาลัยและคิดถึงว่า

“หนึ่งร้อยวันแล้วที่แม่จากไป ไม่มีวันไหนไม่คิดถึงแม่”

ซึ่งหลังจากวันทำบุญครบ 100 วันของแม่เล็ก ผ่านไปไม่นาน ด้าน ตั๊ก บงกช ก็ได้โพสต์ภาพและข้อความเผยถึงการตัดสินใจทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ด้วยการบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักศึกษาแพทย์ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ศึกษาเรียนรู้และนำความรู้ไปช่วยผู้อื่นต่อไป และยังได้เชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมทำบุญบริจาคร่างกายด้วยกันว่า

“เชิญร่วมบริจาคร่างกายได้ที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ เมื่อนักศึกษาได้ความรู้แล้วศพของเรายังได้พระราชทานเพลิงหมู่ด้วยค่ะ และได้บุญมาก ทำให้นักศึกษาแพทย์ได้นำความรู้ไปช่วยผู้อื่นต่อไป มาบริจาคกันเยอะๆ นะคะ ขอนุโมทนาบุญค่ะ”

งานนี้มีแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเม้นท์ร่วมอนุโมทนาบุญกับ ตั๊ก บงกช อย่างคับคั่ง

แหล่งที่มา : http://gossipstar.mthai.com

เตือนภัย! “งูแสงอาทิตย์” เจอห้ามตีห้ามฆ่าเด็ดขาด เพราะจะส่งผลร้ายที่คาดไม่ถึง

ตามปกติของคนทั่วไปแล้ว เมื่อมีงูเลื้อยเข้ามาในตัวบ้าน ที่พักอาศัย ก็มักจะฟาด ตีไม่ยั้งจนงูเสียชีวิต เนื่องจากกลัวว่างูจะเข้ามาทำร้ายคนในบ้าน อย่างไรก็ตาม หากเจองูที่มีลักษณะเกล็ดมันวาว สะท้อนแสงเป็นสีรุ้ง หัวทู่คล้ายปลาไหล ห้ามตี ห้ามฆ่าเด็ดขาด! โดยงูลักษณะดังกล่าว คืองูแสงอาทิตย์ ซึ่งมีเรื่องเล่าว่า หากโดนงูแสงอาทิตย์กัดจะตายทันที.. แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่องเล่า! เพราะแท้จริงแล้ว งูแสงอาทิตย์คืองูอาภัพที่ถูกใส่ร้าย มันมีนิสัยสงบ ไม่มีพิษ ไม่ชอบกัด ถึงแม้ว่าเราจะคุกคามมันแค่ไหน มันก็ไม่โจมตีเรา ระบบนิเวศ คือการควบคุมประชากรงูทั้งหลาย มันกินได้แม้กระทั้งงูพิษหลายๆชนิด เช่นลูกงูเห่า งูเขียวหางไหม้ งูกะปะ ไม่ให้มีจำนวนมากจนเกินไป หากฆ่างูแสงอาทิตย์ล่ะก็ บรรดางูพิษก็จะมาทำร้ายเราได้!

คลิปที่แนบมา ได้มีการทดลองจับงูแสงอาทิตย์ตามธรรมชาติขึ้นมาเล่น

แหล่งที่มา : khaodung.com